<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-1962245665334506970</id><updated>2011-11-28T06:24:52.130+07:00</updated><category term='อาชีพพิเศษ'/><category term='รายได้เสริม'/><category term='อาชีพเสริมรายได้'/><title type='text'>อาชีพเสริมรายได้พิเศษ</title><subtitle type='html'>อาชีพเสริมรายได้,อาชีพพิเศษที่นอกหนือจากงานประจำ,หรืองานที่ทำในเวลาว่าง</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1962245665334506970/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>11</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1962245665334506970.post-5405061188029125390</id><published>2010-03-23T17:23:00.003+07:00</published><updated>2010-03-23T17:23:00.360+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รายได้เสริม'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อาชีพเสริมรายได้'/><title type='text'>‘ซูชิ 5 บาท’ ซื้อง่าย-ขายคล่อง</title><content type='html'>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tn2AqEXpI/AAAAAAAAAKQ/DSC9hX6SiEU/s1600-h/010_1.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="http://2.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tn2AqEXpI/AAAAAAAAAKQ/DSC9hX6SiEU/s1600/010_1.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;ยุคนี้คนไทยนิยมรับประทานอาหารญี่ปุ่นกันไม่น้อย รวมถึงอาหารที่เรียกว่า “ซูชิ” ซึ่งก็มีผู้ที่นำเอาซูชิมาใช้เป็น “ช่องทางทำกิน” ได้อย่างน่าสนใจ ดังเช่นรายที่ทางทีมงานจะนำเสนอในวันนี้...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ศรีกาญจนา วงษ์ชื่น เจ้าของร้าน “ซูชิ ชิ้นละ 5 บาท” ทำขายกันใหม่ ๆ ที่ตลาดนัดหลังกระทรวงการคลัง ขายมาเกือบ 1 ปีแล้ว เธอบอกว่า ด้วยความที่ชอบทำสิ่งสวย ๆ งาม ๆ จึงเปลี่ยนจากอาชีพเดิมมองหาอาชีพใหม่ที่เกี่ยวข้องกับความชอบ ก็มีเพื่อนแนะนำให้ขาย “ซูชิ” พร้อมทั้งบอกวิธีทำ และสอนเทคนิคการทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ ซึ่งตนเองก็มีความมั่นใจในความคิดว่าอาหารประเภทนี้ยังพอมีทางไปได้แน่ ๆ แม้ว่าส่วนตัวจะไม่ค่อยชอบก็ตาม หลังจากหาทำเลขายได้แล้ว วันแรกก็ไปซื้อของ วันที่สองนั่งหัดทำที่บ้านทั้งวัน พอวันที่สามจึงออกขายเลย ซึ่งก็ไม่น่าเชื่อว่าขายหมดตั้งแต่วันแรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อประสบผลสำเร็จในวันแรก จึงมุมานะพยายามมากขึ้น ด้วยการออกแบบหน้าซูชิต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอีกเพื่อความหลากหลาย อันเป็นการสร้างแรงดึงดูดให้ลูกค้าแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนร้านมากขึ้น จากเดิมที่หน้าซูชิในระยะเริ่มแรกมีเพียง 8-9 หน้า เมื่อ 8 เดือนผ่านไป หน้าซูชิก็มีเพิ่มขึ้นถึง 30 หน้าแล้ว และเธอก็ยิ่งมีความมั่นใจว่าอาหารประเภทซูชินี้มีอนาคตแน่นอน หากมีฝีมือ และมีทำเลที่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในแต่ละวัน ศรีกาญจนาจะใช้ข้าวญี่ปุ่น เฉลี่ยวันละ 7 กก. ซึ่งราคาค่อนข้างสูง คือประมาณ 60 บาท/1 กก. ไม่สามารถลดต้นทุนด้วยการใช้ข้าวไทยได้ เพราะร่วน ไม่เหนียว เวลาห่อออกมาแล้วข้าวแตก ไม่เกาะกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกเหนือจากข้าวแล้ว วัตถุดิบอื่น อาทิ หน้าซูชิต่าง ๆ แผ่นสาหร่าย ซอสญี่ปุ่น วาซาบิ ก็ควรสั่งซื้อจากที่เดียวกัน เพื่อป้องกันความสับสน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การ หุงข้าว หุงด้วยหม้อหุงข้าวไฟฟ้าแบบปกติ แต่มีเทคนิคในการเพิ่มรสชาติให้ข้าวไม่จืดชืดด้วยการเติมน้ำซุปสูตรพิเศษ ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างน้ำส้มสายชู 1 ถ้วย และน้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ ที่ละลายให้เข้ากัน ราดลงให้ทั่วข้าวหลังจากที่ข้าวสุกแล้ว จากนั้นถ่ายข้าวสุกใส่ในภาชนะพลาสติกสีขาวอย่างดี ตั้งพักไว้ให้ข้าวเย็นลง เพื่อจะได้ไม่ร้อนมือเวลาที่ปั้นข้าว และต่อมาก็จะเป็นการม้วนข้าว ซึ่งจะใช้สาหร่ายแผ่น ขนาดประมาณ 8X5 นิ้ว ในแต่ละวันถ้าใช้ข้าว 7 กก. จะใช้แผ่นสาหร่ายประมาณ 70-80 แผ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การม้วนข้าวนั้นจะมีอุปกรณ์ตัวช่วย 1 อย่างที่ขาดไม่ได้ คือ แผ่นไม้ม้วนข้าว ทำมาจากไม้ วางแผ่นสาหร่ายลงไปบนแผ่นม้วนข้าว ตักข้าวประมาณ 1 ทัพพีกว่า ๆ ลงไปบนแผ่นสาหร่าย เกลี่ยข้าวให้ทั่ว บีบมายองเนสตามแนวขวางบนแผ่นสาหร่ายด้านบน เพื่อทำหน้าที่เป็นกาวให้แผ่นสาหร่ายติดกันเวลาม้วน จากนั้นม้วนข้าวให้เป็นก้อนกลม ซึ่งการม้วนข้าวนี้กว่าจะม้วนให้ออกมาสวยก็ต้องฝึกกันหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ม้วน แล้วก็ใช้กรรไกรคมกริบตัดข้าวห่อสาหร่ายออกมาเป็นชิ้น ๆ ข้าวห่อสาหร่าย 1 แท่งจะตัดออกมาได้ 8 ชิ้น และข้าวสวย 7 กก. จะม้วนข้าวได้เท่ากับจำนวนสาหร่ายแผ่นที่ใช้ในแต่ละวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมาก็เป็นเรื่องของ “หน้าซูชิ” หน้า หลัก ๆ ที่จำเป็นต้องมีระยะเริ่มต้น มีเพียง 5-6 อย่างเท่านั้น ได้แก่ ไข่กุ้งส้ม 500 กรัม, ยำสาหร่ายเขียว 250-500 กรัม, กุ้งต้ม 100–150 ตัว, ปูอัด 100-150 ชิ้น, ไข่หวาน 500 กรัม, ปลาแซลมอน (ปลาดิบ) และครีมมายอง เนส หากขายแล้วได้กำไร ก็สามารถลงทุนซื้อหน้าเพิ่มได้อีก อาทิ ไข่กุ้งแดง ไข่กุ้งดำ ปลาไหล แมงกะพรุน ฯลฯ เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หน้า ซูชิหลัก ๆ ที่ต้องวางโชว์หน้าร้านแบบขาดไม่ได้มี 8-9 หน้า ได้แก่ หน้ากุ้ง, หน้าปูอัด, หน้าปลาแซลมอน (ปลาดิบ), หน้าไข่กุ้งส้ม, หน้ายำสาหร่ายเขียว, หน้ายำสลัดปูอัด, หน้าสลัดไข่กุ้งส้ม, หน้าไข่หวาน หลังจากนั้นก็เพิ่มความหลากหลายได้ถึง 30 หน้า อาทิ หน้าชีส, หน้าสลัดทูน่า, หน้าแมงกะพรุน, หน้าแฮม, หน้าปลาซาบะ, หน้าก้ามปู, หน้าหอยเชลล์ ฯลฯ โดยขายในราคาชิ้นละ 5 บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ที่ร้านจะทำไปขายไป หากของเหลือก็จะไม่นำมาขายซ้ำอีก และของหมุนเวียนที่ใช้ทุกวันจะซื้อมาตุนคราวละจำนวนมาก ๆ แต่จะต้องให้หมดภายในเวลา 3 วัน” ศรีกาญจนาบอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การทำหน้าซูชินั้น อารมณ์ต้องเย็น ต้องประณีตเพื่อความสวยงาม ที่สำคัญ ของที่ใช้แต่งหน้าซูชินั้น ต้องทำให้ดูมาก พูน น่าทาน ซึ่งก็ต้องตักเยอะจริง ๆ เมื่อลูกค้าซื้อไปทานแล้ว จะได้คุ้มค่าเงินที่จ่ายไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สัดส่วนข้าวในปริมาณดังกล่าว ใช้เงินลงทุนวัตถุดิบรวมวันละประมาณ 3,000-4,000 บาท หากขายหมดจะได้เงินประมาณ 5,000-6,500 บาท ซึ่งล่าสุดกระแสความนิยมอาหารชนิดนี้ก็ยังไม่ตก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ศรีกาญจนา ขาย “ซูชิ ชิ้นละ 5 บาท” เป็น “ช่องทางทำกิน” อยู่ที่ตลาดนัดหลังกระทรวงการคลัง เยื้องกับ 7-11 ทุกวัน เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 07.00-13.30 น. ใครหาร้านไม่เจอก็ โทร. 08-1614-9593.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1962245665334506970-5405061188029125390?l=xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/feeds/5405061188029125390/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/2010/03/5.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1962245665334506970/posts/default/5405061188029125390'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1962245665334506970/posts/default/5405061188029125390'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/2010/03/5.html' title='‘ซูชิ 5 บาท’ ซื้อง่าย-ขายคล่อง'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tn2AqEXpI/AAAAAAAAAKQ/DSC9hX6SiEU/s72-c/010_1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1962245665334506970.post-3635824167314471380</id><published>2010-03-22T17:22:00.003+07:00</published><updated>2010-03-22T17:22:00.368+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อาชีพเสริมรายได้'/><title type='text'>ตัวหนีบการ์ตูน’สร้างจุดเด่นเป็นจุดขาย</title><content type='html'>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tnesUVEZI/AAAAAAAAAKM/id2X6BQsHlM/s1600-h/009_5.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="231" src="http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tnesUVEZI/AAAAAAAAAKM/id2X6BQsHlM/s320/009_5.jpg" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;อาชีพงานฝีมือ งานประดิษฐ์ งานแฮนด์เมด นับวันจะมีการแข่งขันกันในตลาดที่สูง ซึ่งยิ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคู่แข่งในตลาดมาก ก็ยิ่งทำให้เจ้าของงานจำเป็นต้อง “หาเอกลักษณ์” ให้กับสินค้าของตนให้เด่นชัดที่สุด จึงจะไม่มีปัญหา เหมือนกับงาน “ตัวหนีบไม้” ที่ทีม “ช่องทางทำกิน” นำเสนอในวันนี้ ที่มีการออกแบบติด “ลายการ์ตูน” น่ารักคิกขุ ใส่สีสันสดใสสวยงามมีแบบฉบับของตัวเอง ก็เป็นจุดขายให้กับสินค้าได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นัยน์ปพร โอสถานนท์ ผู้สร้างสรรค์ออกแบบงานบนแผ่นไม้ ออกมาเป็นลวดลายการ์ตูนที่สวยงาม มีประสบการณ์ในการทำงานด้านนี้มานานกว่า 7 ปี ภายใต้ชื่อ “มาร์ยเวิร์ค รันย์เวย์” และเป็นเจ้าของผลงาน “ตัวหนีบไม้ลายการ์ตูน” ที่จะมาเผยวิธีการทำกัน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากที่เรียนจบมาทางด้านศิลปะ นัยน์ปพรก็ได้เข้าทำงานอาร์ตที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ทำงานอยู่ได้ประมาณ 3 ปีก็ต้องเจอกับช่วงเศรฐกิจตกยุคฟองสบู่แตก บวกกับเบื่อที่จะทำงานบริษัทและต้องการที่จะออกมาสร้างสรรค์งานตามแบบของตัว เอง จึงตัดสินใจออกจากงานประจำมาทำงานที่ตัวเองชอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ในช่วงแรกที่ออกมาทำงานของตัวเองกับแฟนนั้นจะทำเป็นพวกงานเปเปอร์มาร์เช่ ทำอยู่ได้ระยะหนึ่งก็เริ่มที่จะมองหางานตัวอื่นเข้ามาทำเสริมไปด้วย เพราะมองดูแล้วว่าถ้าทำแต่งานเปเปอร์มาร์เช่อย่างเดียวมันเริ่มตัน จนมาเริ่มทำงานไม้ เพราะดูแล้วว่างานไม้เป็นงานที่ทน ใช้งานได้นาน ลูกค้าจะชอบ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การขายสินค้าในระยะแรกที่ผลิตงานออกมา จะนำไปวางแผงขายแบบแบกะดิน ขายตามตลาดนัด นอกจากนั้นยังนำไปเสนอขายตามร้านขายงานกิ๊ฟช็อปที่สวนจตุจักรด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ที่ ต้องขายแบบนี้ในช่วงแรกก็เพราะต้องการที่จะลองเปิดตลาด หาลูกค้า หลังจากที่พอจะมีลูกค้าสั่งงานพอสมควร ก็ย้ายที่ผลิตมาอยู่ที่ จ.นครปฐม เพราะว่าค่าเช่าที่ ค่าใช้จ่ายไม่สูง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สำหรับคนที่ไม่มีความ รู้ด้านศิลปะ ก็สามารถที่จะฝึกทำงานประดิษฐ์จากไม้ตัวนี้ได้ไม่ยาก เรียนรู้เพียง 1 เดือนก็สามารถทำงานออกขายได้แล้ว เพราะการทำงานชิ้นนี้อยู่ที่ความเชี่ยวชาญจากการฝึกฝน” เจ้าของงานกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นในการทำ ประกอบด้วย เครื่องฉลุไฟฟ้า, เครื่องขัดสายพาน, ไม้เฟอร์นิเจอร์ (MDF), สีอะคลีลิก , กรวยใส่สีทำจากพลาสติกห่อปก, ยูริเทรน, กาวร้อนติดไม้, ตัวหนีบไม้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เครื่อง ฉลุไฟฟ้านั้นมีราคาอยู่ที่ประมาณ 5,000-6,000 บาท หาซื้อได้ย่านคลองถม แต่ก็สามารถใช้เลื่อยฉลุมือก็ได้ถ้ายังไม่มีทุน ส่วนไม้ที่ต้องใช้ไม้ MDF ก็เพราะว่าเนื้อไม้จะเนียนละเอียดแน่น เวลาทำชิ้นงานจะสวย การเลือกดูไม้ที่เนื้อแน่นดูจากลายไม้จะไม่กระจายออกจากกันมาก และไม้ที่ใช้ก็จะใช้ความหนาตั้งแต่ 3-9 มม. ถ้าเป็นงานชิ้นเล็กอย่างตัวหนีบ ก็ใช้ขนาด 3 มม. แหล่งซื้อไม้ก็อยู่ที่ย่านบางโพหรือภูเขาทอง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวหนีบไม้ ซื้อแบบที่ขายสำเร็จรูปแล้วที่สวนจตุจักร ราคาอยู่ที่ประมาณ 50 ตัว 100 บาท...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สีอะคลีลิกที่ใช้ ควรใช้อย่างดีเพราะสีจะสดสวยและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน การซื้อสีก็ซื้อเฉพาะแม่สีแล้วนำมาผสมให้ได้สีที่ต้องการได้ ส่วนการที่ต้องใช้กรวยใส่สี ก็เพราะว่าสามารถลากลายเส้นที่เล็กดี เหมาะสำหรับทำงานชิ้นเล็ก การทำกรวยจะใช้แผ่นพลาสติกสำหรับห่อปกหนังสือมาทำการม้วนให้เป็นรูปกรวย ให้ปลายนั้นแน่นสนิท ไม่มีรู จากนั้นก็ใส่สีลงไป ปิดก้นกรวยให้เรียบร้อย ใช้คัตเตอร์ตัดที่ปลายออกให้เกิดรูเล็ก ๆ เท่านี้ก็ได้กรวยที่ใส่สีแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขั้นตอนการทำ เริ่ม จากการออกแบบรูปตัวการ์ตูนที่ต้องการ วาดแบบลงบนแผ่นไม้ จากนั้นก็นำไปเลื่อยฉลุตามแบบที่วาดไว้ โดยจะใช้เลื่อยฉลุมือหรือเครื่องฉลุไฟฟ้าก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อ ได้แบบตามที่ต้องการก็นำไปพ่นสีพื้นด้วยสีน้ำอะคลีลิก ปล่อยทิ้งไว้ให้สีแห้งสนิท ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง ไม่ควรนำไปตากแดด หรือผึ่งพัดลม เพราะจะทำให้สีพื้นแตก ไม่สวยงาม หลังจากที่สีพื้นแห้งสนิทดีแล้วก็สามารถนำมาลงสีตกแต่งลวดลายหน้าตาของ การ์ตูนต่าง ๆ ตามที่ต้องการได้ทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากที่ตกแต่งลายละเอียดเรียบร้อยก็ทิ้งไว้ให้แห้ง จากนั้นก็ทำการพ่นเคลือบด้วยยูริเทรน นำไปผึ่งแดดประมาณ 5 นาที ไม่ควรผึ่งนานกว่านี้เพราะจะทำให้ยูริเทรนไม่แห้งสนิท เมื่อแห้งดีแล้วก็นำไปขัดพื้นหลังให้เรียบด้วยเครื่องขัดสายพาน จากนั้นถึงจะนำไปติดลงบนตัวหนีบที่เพ้นท์สีเตรียมไว้แล้ว ติดด้วยกาวร้อน รอให้กาวแห้งก็เป็นอันเสร็จขั้นตอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตัวหนีบไม้ลายการ์ตูน” ของ นัยน์ปพรนั้นมีอยู่ประมาณ 25 แบบ ขายส่งตั้งแต่ 100 ตัวขึ้นไป ในราคาตัวละ 10 บาท และนอกจากตัวหนีบแล้วยังผลิตสินค้าอื่น ๆ ที่เป็นงานไม้ได้อีกมากมาย อาทิ ตัวแขวนรูปสัตว์ต่าง ๆ เก้าอี้เพ้นท์ลายน่ารัก ป้านติดรั้ว และที่แขวนพวงกุญแจ เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใคร สนใจสินค้างานไม้น่ารัก ๆ ของนัยน์ปพร ไปดูหรือติดต่อได้ที่ 296 ถ.หน้าพระ ต.ห้วยจระเข้ อ.เมือง จ.นครปฐม 73000 โทร.08-6803-3427, 0-3424-4384 หรือเข้าไปดูตัวอย่างงานได้ที่ http://www.mw-runway.com/ ซึ่งสามารถสั่งออร์เดอร์รูปแบบตามต้องการเพื่อนำไปจำหน่ายต่อได้ !!&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1962245665334506970-3635824167314471380?l=xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/feeds/3635824167314471380/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/2010/03/blog-post_22.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1962245665334506970/posts/default/3635824167314471380'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1962245665334506970/posts/default/3635824167314471380'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/2010/03/blog-post_22.html' title='ตัวหนีบการ์ตูน’สร้างจุดเด่นเป็นจุดขาย'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tnesUVEZI/AAAAAAAAAKM/id2X6BQsHlM/s72-c/009_5.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1962245665334506970.post-4794750131881836424</id><published>2010-03-21T17:20:00.004+07:00</published><updated>2010-03-21T17:20:00.587+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รายได้เสริม'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อาชีพเสริมรายได้'/><title type='text'>หาไอเดีย ทำธุรกิจส่วนตัวอะไรดี</title><content type='html'>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tnGJVbZxI/AAAAAAAAAKI/qNZLPUQgjM4/s1600-h/008_1.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="199" src="http://2.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tnGJVbZxI/AAAAAAAAAKI/qNZLPUQgjM4/s320/008_1.jpg" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;ยุคที่ค่าครองชีพแพงหูฉี่หยั่งนี้ ทำให้ทั้งผู้มี รายได้น้อยและปานกลางต้องระมัดระวัง การใช้จ่ายเพื่อให้แต่ละเดือนผ่านไปให้ได้ แบบไม่เกิดอาการครั่นเนื้อครั่นตัวกันใช่มั้ย ดังนั้น หากท่านใดสามารถบริหารรายได้ให้อยู่ในงบที่เดือนชนเดือนได้ก็ถือว่าเก่งแล้ว แฟ้มบุคคล ขอตบมือให้ จึงได้แต่ภาวนาอย่าให้ค่าครองชีพสูงไปกว่านี้อีกเลย ขอให้ต่ำกว่านี้ยังดีกว่าเนอะ จะได้คลายความกังวลลงได้มั่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ว่าแล้วขอหักมุมไปพูดเรื่อง การทำธุรกิจส่วนตัว มั่ง แม้ช่วงนี้ใครๆ ก็ร้องจ๊ากยอมรับว่า การ ทำธุรกิจน่ะลำบากลำบนไม่เหมือนสมัยเศรษฐกิจเฟื่องฟูและเงินสะพัด แต่เชื่อขนมกิน ได้เลยว่า ยังมีคนจำนวนมากคิดอยากทำธุรกิจส่วนตัวอยู่ตลอดเวลา ของพรรค์นี้น่ะ บางทีก็เป็นเรื่องโชคชะตาฟ้าลิขิตนะ เพราะใครจะกล้าฟันธงล่ะว่า อย่าไปทำมันเลยเสี่ยง จะตาย เพราะที่ผ่านมาก็มีนี่หว่า ที่บางคนสามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้ และไปได้สวยซะด้วย&lt;br /&gt;ฉะนั้น ถ้าอยากลองทำธุรกิจส่วนตัวกันแล้ว ก็ต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงกัน โถชีวิตของคนเรา ขนาดอยู่เฉยๆ ก็เสี่ยงนะไม่ใช่ไม่เสี่ยง ดังนั้น ถ้าอยากเดินหน้าก็อย่ากลัวว่า จะสะดุด และควรมีความมั่นใจสุดๆ ด้วย ถึงจะฝ่าฟันไปถึงความฝันที่วาดหวังไว้ ใครนะไม่เคย ฝันอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองมั่งอ่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่ง การมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ก็มีองค์ประกอบที่พอจะแซมเปิ้ล ให้ได้ เช่น.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. มีเป้าหมายที่ตัวเองอยากทำซะก่อน เพราะบางคนก็อยากทำแค่ธุรกิจเล็กๆ อย่างมี รถเข็นขายก๋วยเตี๋ยว, ขายน้ำผลไม้ หรือขายผลไม้เต็มตัวไปเลยก็พออะไรเงี้ยะ แต่บาง ท่าน ก็อยากทำธุรกิจใหญ่ขึ้นมาอีกนิด แบบต้องมีพื้นที่หลักแหล่งแน่นอนเพื่อขายหนังสือ, ขาย อุปกรณ์กีฬา หรือทำเป็นสำนักงานขายตั๋วเครื่องบิน ฯลฯ จึง ขึ้นอยู่ กับคุณแล้ว ล่ะว่า อยาก ทำอะไร และสิ่งที่อยากทำนั้นมีวี่แววจะไปรอดหรือ ไม่ต้องคำนึงถึงตรงนี้ ไว้ด้วย อย่าลืมซะล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ต้องลงทุนมากน้อยแค่ไหน? ช่วยตรวจสอบสุขภาพทางการเงินของตัวด้วยนะ หากมีทุนน้อยก็อย่าคิดการใหญ่ หรืออยากทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เดี๋ยวก็เจ๊ากะเจ๊งแล้วได้ ท้อใจกันพอดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. จะลงทุนคนเดียวหรือลงทุนกับเพื่อน บางคนกลัวการลงทุนคนเดียว จึงอยากมี หุ้นส่วน จะได้หารต้นทุนแล้วไม่ต้องเสี่ยงลงทุนมากก็ว่ากันไป ตอบคำถามเหล่า นี้ให้ได้ซะก่อน แล้วจะ ค่อยๆ มองเห็นเค้ารางว่าควรทำธุรกิจอะไรชัดขึ้น ขออวยพรให้ประสบ ความ สำเร็จทั่วหน้าจ้ะ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1962245665334506970-4794750131881836424?l=xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/feeds/4794750131881836424/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/2010/03/blog-post_21.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1962245665334506970/posts/default/4794750131881836424'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1962245665334506970/posts/default/4794750131881836424'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/2010/03/blog-post_21.html' title='หาไอเดีย ทำธุรกิจส่วนตัวอะไรดี'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tnGJVbZxI/AAAAAAAAAKI/qNZLPUQgjM4/s72-c/008_1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1962245665334506970.post-1091664534555475083</id><published>2010-03-20T17:18:00.005+07:00</published><updated>2010-03-20T17:18:00.179+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รายได้เสริม'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อาชีพเสริมรายได้'/><title type='text'>วัด-มูลนิธิ แหล่งช็อปใหม่เสื้อผ้ามือสอง</title><content type='html'>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tmsjYKOhI/AAAAAAAAAKE/QkZGKOPuwWw/s1600-h/007_2.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="http://1.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tmsjYKOhI/AAAAAAAAAKE/QkZGKOPuwWw/s1600/007_2.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;ยุคข้าวยากหมากแพงสมัยนี้ เงินทองหายากเย็นเหลือเกินไม่ว่าจะหยิบจับข้าวของอะไรราคาก็แพงหูฉี่ ดูดเงินในกระเป๋าของขาช็อปได้ดีเหลือเกิน ทางเลือกหนึ่งที่พอจะช่วยได้นั่นคือ... ของมือสอง โดยเฉพาะเสื้อผ้ามือสองที่มีร้านค้า ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด เพราะด้วยจุดเด่นที่ราคาไม่แพง เจาะกลุ่มเป้าหมายของลูกค้าได้ทุกระดับ บวกกับช่องการจัดจำหน่ายก็ซื้อง่ายขายคล่อง ส่งผลให้เกิดพ่อค้า แม่ค้าหน้าใหม่เกิดขึ้นกันมากมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แหล่งเสื้อผ้ามือสองที่บรรดาพ่อค้า แม่ค้านิยมหาซื้อนำมาขายนั้นที่รู้จักกันดีในก็คงหนีไม่พ้น ตลาดโรงเกลือ จ.สระแก้ว และตลาดตามชายแดนภาคใต้ แต่ระยะหลังพ่อค้า แม่ค้า เจอปัญหาของปลอมเสื้อผ้าไม่มีคุณภาพ อีกอย่างค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปซื้อก็เพิ่มสูงขึ้น ทั้งค่าน้ำมัน ค่าอาหารการกินต่างๆ จึงเปลี่ยนแหล่งเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสอง มาเป็นที่ วัดและมูลนิธิต่างๆ ที่รับบริจาคเสื้อผ้าที่ใช้แล้ว จึงเป็นแหล่งที่พ่อค้าแม่ค้านิยมมาหาเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสอง เพราะด้วยราคาที่ถูกแสนถูกบวกกับสามารถเลือกเสื้อผ้ากันได้อย่างจุใจ มีมากมายหลายแบบ ทั้งเสื้อผ้าเด็ก ผู้ใหญ่ ชุดนักเรียน ชุดทำงาน ชนิดที่ว่าใครมาก่อนก็มีโอกาสเลือกได้ก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วัดและมูลนิธิจึงกลาย เป็นแหล่งกำเนิดเสื้อผ้ามือสองยอดฮิตอยู่ในเวลานี้ เพราะในแต่ละวันจะมีพ่อค้าแม่ค้าหมุนเวียนมาเลือกซื้อเสื้อผ้านับร้อยคน ซึ่งวัดที่ทุกคนรู้จักกันดีอย่าง "วัดสวนแก้ว" ถือเป็นตลาดยอดฮิตที่มีบรรดาพ่อค้า แม่ค้า เดินทางมาเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสองกันอย่างคึกคัก และแทบจะทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามาเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสองที่วัดแห่ง นี้ เพราะราคาถูกและเลือกเสื้อผ้าได้อย่างเต็มที่ไม่จำกัดเวลา ชนิดที่ใครดีใครได้&lt;br /&gt;เสียงยืนยันจากแม่ค้าขายเสื้อผ้ามือสองย่านโรงเรียนเรวดีอย่าง "ป้าแว่น" วัย 61 ปี บอกถึงการมาเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสองที่วัดสวนแก้วว่า เสื้อผ้ามือสองที่วัดสวนแก้วจะมีมากมายหลายชนิดหลายแบบ ทั้งเสื้อผ้าของเด็กและผู้ใหญ่ ราคาไม่แพง มีตั้งแต่ตัวละ 1 บาท สามตัว 10 บาท ตัวละ 10 บาท อยู่ที่สภาพของเสื้อผ้า อีกอย่างสามารถเลือกได้อย่างจุใจไม่มีเวลาจำกัด ใครมีเวลามากและเลือกเป็นก็จะได้เสื้อผ้าดีๆ ไปขาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ที่แม่ค้าเสื้อ ผ้ามือสองหันมาซื้อเสื้อผ้าที่วัดไปขายกันมากนั้น เพราะการเดินทางมาที่วัดค่อนข้างสะดวกสบาย รวมทั้งต้นทุนที่ซื้อมาต่ำจึงตั้งราคาขายได้ง่ายไม่ต้องสูงมากนัก ซึ่งราคาขายก็จะอยู่ระหว่างตัวละ 30-50 บาท อยู่ที่แบบของเสื้อผ้า ลูกค้าเห็นก็จะตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น เนื่องจากราคาไม่แพงเหมือนกับเสื้อผ้ามือหนึ่ง" ป้าแว่นอธิบาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกหนึ่งแม่ค้าเสื้อผ้ามือสองย่านตลาดนัดบางลำพู ที่มาเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสองจากวัดสวนแก้วไปขายต่อเป็นประจำ อย่าง ฤวดี วัย 35 เล่าว่า ที่มาเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสองที่วัดไปขายต่อก็เพราะการเดินทางมาซื้อสะดวก สบายแต่ละเดือนก็จะมาซื้อประมาณสองครั้ง ที่สำคัญราคาไม่แพง มีเสื้อผ้าหลายชนิดให้เลือก หากเลือกดีๆ ก็จะได้เสื้อผ้าสภาพดีๆ ไปขายก็จะได้ราคาขายที่ดีตามไปด้วย ซึ่งเสื้อผ้าที่เลือกไปขายจะเป็นเสื้อผ้าวัยรุ่น เพราะวัยรุ่นชอบเปลี่ยนเสื้อผ้าบ่อยและไม่อยากซื้อของแพง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เสื้อ ผ้ามือสองที่ซื้อมาก็จะนำไปซักแล้วลงน้ำยาปรับผ้านุ่ม ก็จะทำให้เสื้อผ้าดูใหม่ น่าใส่มากขึ้น และสามารถตั้งราคาได้สูงขึ้นด้วย อย่างกางเกงยีนส์ก็จะอยู่ระหว่างตัวละ 70-100 บาท ยอมรับว่ามีแม่ค้าหันมาขายเสื้อผ้ามือสองกันมากขึ้น เพราะลงทุนต่ำ ซื้อขายกันได้ง่าย"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครจะนึกถึงว่าสมัยนี้ "วัด" ไม่ได้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นแหล่งกำเนิดของแฟชั่นเสื้อผ้ามือสองไปอีกด้วย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1962245665334506970-1091664534555475083?l=xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/feeds/1091664534555475083/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/2010/03/blog-post_20.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1962245665334506970/posts/default/1091664534555475083'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1962245665334506970/posts/default/1091664534555475083'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/2010/03/blog-post_20.html' title='วัด-มูลนิธิ แหล่งช็อปใหม่เสื้อผ้ามือสอง'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tmsjYKOhI/AAAAAAAAAKE/QkZGKOPuwWw/s72-c/007_2.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1962245665334506970.post-2188123265434245650</id><published>2010-03-19T17:16:00.005+07:00</published><updated>2010-03-19T17:16:00.418+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รายได้เสริม'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อาชีพเสริมรายได้'/><title type='text'>ตุ๊กตามวยไทย แม่ไม้(กระถิน)ทำเงิน</title><content type='html'>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tmLTYfj3I/AAAAAAAAAKA/m2EUPohDQ2k/s1600-h/006_4.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="320" src="http://1.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tmLTYfj3I/AAAAAAAAAKA/m2EUPohDQ2k/s320/006_4.jpg" width="190" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;งานประดิษฐ์ “ตุ๊กตามวยไทยจากไม้” เป็นการนำแม่ไม้มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของไทย มาทำเป็นโมเดลตุ๊กตาไม้ ซึ่งเมื่อทำได้อย่างลงตัวสวยงาม ก็เป็นอีกชิ้นงานหนึ่งที่น่าสนใจ วันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” มีวิธีการ-ขั้นตอนการทำตุ๊กตาไม้ดังกล่าวนี้มานำเสนอให้ลองพิจารณากัน.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พุฒ ดวงแก้ว เจ้าของผลงาน “ตุ๊กตามวยไทยจากไม้” เล่า ว่า เป็นคนที่ชอบและรักงานศิลปะมาตั้งแต่เด็ก หลังจากจบ ม.3 ก็ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ ได้เข้าทำงานเป็นพนักงานโรงงานแห่งหนึ่ง แต่ถ้ามีเวลาว่างก็จะศึกษาพวกงานศิลปะต่าง ๆ ซึ่งหลังทำงานเป็นพนักงานโรงงานอยู่หลายปีก็เริ่มมีความคิดที่จะหาอะไรทำขาย เป็นอาชีพเสริม เริ่มแรกก็ลองหัดทำงานกรอบรูปวิทยาศาสตร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ช่วงนั้นกรอบรูปวิทยาศาสตร์กำลังเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยม ก็เลยลองหัดทำดู จนสามารถทำขายได้ และตลาดก็ไปได้ด้วยดี ก็เลยตัดสินใจออกจากงานประจำที่ทำ มาทำกรอบรูปวิทยาศาสตร์ขายเต็มตัว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำ กรอบรูปวิทยาศาสตร์อยู่ประมาณ 4-5 ปี จนตลาดกรอบรูปเริ่มเงียบ เขาก็เลยเปลี่ยนเป็นการนำพวกตุ๊กตาของเล่นเด็กมาขายแทน และก็มีความคิดที่จะทำงานประดิษฐ์ใหม่ ๆ ออกมาขายเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตอนนั้นมีความ คิดที่จะทำงานประดิษฐ์อะไรสักอย่าง แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร เพราะงานที่ทำนั้นจะต้องทำออกมาให้แตกต่างจากงานของคนอื่น จนในที่สุดก็คิดทำตุ๊กตามวยไทยจากไม้ขึ้นมาได้ เพราะจากการที่เป็นคนที่ชอบดูมวย และเห็นว่าท่าแม่ไม้มวยไทยนั้นมีความสวยงาม ถ้านำมาทำเป็นตุ๊กตาน่าจะขายได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อได้ความคิดที่จะทำตุ๊กตามวยไทยจากไม้ ก็เริ่มทดลองทำอยู่นาน จนสามารถทำตุ๊กตาแม่ไม้มวยไทยได้ลงตัว โดยไม้ที่ใช้ทำนั้นจะเป็น “ไม้กระถิน” ซึ่ง พุฒบอกว่า ไม้กระถินนั้นเป็นไม้ที่เหมาะที่จะนำมาทำที่สุด เพราะนอกจากจะเป็นไม้ที่หาง่ายแล้ว ยังมีคุณสมบัติที่เนื้อไม้จะมีความนุ่มเนียน ผิวไม้เป็นสีเหลืองสวย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วัสดุอุปกรณ์ในการทำ “ตุ๊กตามวยไทยจากไม้” หลัก ๆ ก็มี ไม้กระถิน, สว่านมือ, เลื่อยตัดไม้, เครื่องกลึง, กระดาษทราย, คัทเตอร์, กาวร้อน, เชือกเส้นไหม (ที่ใช้สำหรับปักผ้า), เศษผ้า เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขั้นตอนการทำ เริ่มจากนำไม้กระถินมาทำการลอกเปลือกออกให้หมด จากนั้นก็นำไปตากแดดให้เนื้อไม้แห้ง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ไม้เป็นรา และสามารถเก็บไม้ไว้ได้นาน “ไม้กระถินที่ใช้นั้นจะต้องเป็นไม้แก่ เพราะไม้กระถินแก่เวลาขัดแล้วเนื้อไม้จะเรียบเนียนสวย และไม้ก็จะไม่ยุบตัวด้วย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นำไม้ที่ลอกเปลือกและตากแดดจนแห้งแล้วมา กลึง ทำเป็นส่วนหัวและส่วนตัวของตุ๊กตา โดยทำขนาดของส่วนหัวและส่วนตัวให้ได้ขนาดที่เหมาะสมกัน เมื่อกลึงเสร็จเรียบร้อยก็นำมาขัดด้วยกระดาษทรายให้เรียบแล้วใช้ชแล็กทา เคลือบ นำไปตากแดดให้แห้ง จากนั้นก็นำมาเจาะรูสำหรับประกอบส่วนหัว แขน และขา “ในการเจาะรูบนส่วนที่เป็นตัวตุ๊กตานั้น จะต้องคิดล่วงหน้าว่าจะทำตุ๊กตาให้เป็นกระบวนท่าอะไร”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พุฒบอกต่อไป ว่า หลังจากเจาะรูเรียบร้อย ก็ประกอบส่วนต่าง ๆ เริ่มจากส่วนหัว โดยใช้ไม้เสียบลูกชิ้นเสียบเป็นแกนระหว่างส่วนหัวและตัว แล้วใช้กาวร้อนหยอดติดให้แน่น จากนั้นก็ประกอบส่วนแขน โดยใช้ไม้เสียบลูกชิ้น ทุบปลายไม้ให้แตกเล็กน้อยจากนั้นใช้เชือกเส้นไหมพันเหมือนการคาดเชือกให้นัก มวย โดยเริ่มจากส่วนปลาย พันขึ้นมากะระยะพอประมาณเกือบถึงข้อศอก จากนั้นใช้คีมตัด แล้วหักงอให้ได้ตามท่าแม่ไม้มวยไทยที่ต้องการ ทำเหมือนกันทั้งสองข้าง และประกอบเข้ากับส่วนตัว ติดกาวให้แน่น ซึ่งส่วนขานั้นก็ทำเหมือนแขน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อประกอบเรียบร้อยก็นำเศษผ้ามานุ่งเป็นโจงกระแบนให้ตัวตุ๊กตา ตกแต่งรายละเอียด วาดหน้าตาให้เรียบร้อย แล้วนำไปติดฐาน ใช้กระดาษทรายขัดตกแต่งให้เรียบอีกนิดหน่อย เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ที่ ใช้ไม้เสียบลูกชิ้นมาเสริมเพราะเป็นไม้ไผ่ เวลางอทำส่วนข้อศอกและหัวเข่า ไม้จะไม่ขาดจากกัน แต่ก็ต้องมีเทคนิคตกแต่งส่วนที่ทำการหักงอเล็กน้อย โดยใช้ผงไม้ที่ได้จากการขัดไม้กลึงไม้ นำมาร่อนเอาผงไม้ที่ละเอียดที่สุด ใช้ใส่ลงไปตรงส่วนที่ทำการหักงอให้เป็นข้อศอกและหัวเข่าของตุ๊กตา จากนั้นก็ใช้กาวร้อนหยอดใส่ลงไปบนผงไม้ พอกาวแห้งก็ใช้กระดาษทรายตัดตกแต่งให้เรียบ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตุ๊กตาจากไม้กระถินของ พุฒนั้นมีอยู่ 2 ขนาดคือ ขนาดเล็กสูง 4 นิ้ว ขายราคาตัวละ 30 บาท ถ้าเป็นคู่ ๆ ละ 50 บาท ขนาดใหญ่สูง 12 นิ้ว ขายราคาตัวละ 100 บาท ถ้าเป็นคู่ ๆ ละ 150 บาท ซึ่งนอกจากตุ๊กตาแม่ไม้มวยไทยแล้ว ยังมีตุ๊กตาตีกอล์ฟ ตุ๊กตานักดาบ และตุ๊กตาการละเล่นพื้นบ้านอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใคร สนใจ “ตุ๊กตามวยไทยจากไม้” หรือตุ๊กตาแบบอื่น ๆ ของ พุฒ ดวงแก้ว ต้องการสั่งซื้อไปตั้งโชว์ หรือสั่งไปขายต่อ ก็ติดต่อได้ที่ โทร.08-6901-6858 หรือสนใจอยากเรียนรู้ก็ลองสอบถามเจ้าของผลงานกันดูเอง ส่วนใครที่ได้ไอเดียไปทำงานประดิษฐ์เป็นอาชีพบ้าง ก็ฝึกฝนด่วน อย่ารอช้า !!&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1962245665334506970-2188123265434245650?l=xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/feeds/2188123265434245650/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/2010/03/blog-post_19.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1962245665334506970/posts/default/2188123265434245650'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1962245665334506970/posts/default/2188123265434245650'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/2010/03/blog-post_19.html' title='ตุ๊กตามวยไทย แม่ไม้(กระถิน)ทำเงิน'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tmLTYfj3I/AAAAAAAAAKA/m2EUPohDQ2k/s72-c/006_4.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1962245665334506970.post-993577003731854878</id><published>2010-03-18T17:13:00.009+07:00</published><updated>2010-03-18T17:13:00.291+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รายได้เสริม'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อาชีพเสริมรายได้'/><title type='text'>ป้ายเรซิ่น ธุรกิจเล็กๆ ที่สร้างรายได้งดงาม</title><content type='html'>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tlsgk6flI/AAAAAAAAAJ8/03xX0zN8z_8/s1600-h/005_2.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="320" src="http://2.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tlsgk6flI/AAAAAAAAAJ8/03xX0zN8z_8/s320/005_2.jpg" width="240" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;ปัจจุบันคนรุ่นใหม่หลายต่อหลายคนผันตัวมาทำธุรกิจส่วนตัวกันมาก บางคนที่ทุนหนาก็อาจจะลงทุนทำธุรกิจขนาดใหญ่สักหน่อย แต่ถ้าพอมีทุนอยู่บ้าง อาจเริ่มต้นด้วยการทำธุรกิจเล็กๆ ซึ่งถ้ามีการบริหารจัดการที่ดี ก็สามารถสร้างรายได้เลี้ยงตัวได้ไม่ยากอะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหมือนดังเช่นที่คุณเติ้ล...บรรณวัฒน์ สิริวิกรพัฒน์ คนรุ่นใหม่ที่มีใจรักด้านศิลปะหันมาลงทุนทำธุรกิจป้ายเรซิ่น ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า รู้สึกมีความสุขดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เริ่ม ทำธุรกิจนี้มาตั้งแต่ 3 ปีก่อน นี่ก็ย่างเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว ด้วยความที่เราคิดว่าน่าจะมีวัสดุที่ใช้แทนไม้ได้ ซึ่งเรซิ่นนั้นจะว่าไปแล้วถือว่าทนทานกว่าไม้ การหล่อแบบเป็นตัวอักษร ลวดลาย ตุ๊กตา ดอกไม้ และอะไรอื่นๆ ก็หล่อจากต้นแบบปูนพลาสเตอร์ สำหรับในส่วนของตัวป้ายยังคงใช้เป็นป้ายไม้ เหมือนป้ายทั่วไป ต่างกันตรงที่ตัวอักษร และลวดลายที่นำมาติดจะใช้เป็นตัวหล่อเรซิ่นแทนไม้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยหลักทำงานด้วยใจรัก ไม่ได้ซีเรียสว่าจะต้องได้รายได้มากๆ แต่อาศัยความพอเพียง ขายของด้วยราคามิตรภาพ เป็นกันเอง และสินค้าก็มีคุณภาพดี สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ทำให้ดำเนินธุรกิจอยู่ได้อย่างสบายๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ลูกค้าของเรา มีทั้งคนที่มาสั่งทำป้ายตกแต่งด้วยตัวอักษรเรซิ่น แต่บางคนอาจไม่ได้ซื้อป้าย แต่ซื้อตัวเรซิ่นเพื่อนำไปใช้เพื่อจุดประสงค์อื่นๆ เพราะบางคนอาจนำตัวเรซิ่นที่หล่อเป็นตัวอักษร หรือ ลวดลายต่างๆ ไปใช้ประกอบการตกแต่ง ทำงานฝีมือได้หลากหลายรูปแบบ ราคามีตั้งแต่ 10 บาท ไปจนถึง 40 บาท ซึ่ง ตรงนี้เรายินดีให้ลูกค้ามาเลือกหาเลือกซื้อ ตำหนิติชมได้ และไม่จำเป็นว่าจะต้องสั่งทำป้ายเพียงอย่างเดียว แต่ถ้ามาสั่งทำป้ายก็จะคิดราคาจากจำนวนตัวเรซิ่นที่ใช้ รวมกับค่าป้ายไม้ซึ่งมีให้เลือกหลายแบบ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย ปกติแล้วคุณเติ้ลจะไปเปิดหน้าร้านอยู่ที่เมืองทองธานี ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์และฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต ในเวลาที่มีการจัดงานนิทรรศการต่างๆ ซึ่งลูกค้าประจำจะรู้และตามไปอุดหนุนกัน โดยจะรู้จักกันในชื่อร้าน แฟชั่น โฮมเรซิ่น อาร์ท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นับ เป็นตัวอย่างที่ดีของคนที่ทำงานด้วยหัวใจ มีความเป็นมิตรกับลูกค้า ทั้งยังใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งทั้งหมดนี้ก่อให้เกิดความสุขในการทำงาน และสามารถยืนหยัดอยู่ได้ใน ภาวะเศรษฐกิจดังเช่นทุกวันนี้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1962245665334506970-993577003731854878?l=xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/feeds/993577003731854878/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/2010/03/blog-post_18.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1962245665334506970/posts/default/993577003731854878'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1962245665334506970/posts/default/993577003731854878'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/2010/03/blog-post_18.html' title='ป้ายเรซิ่น ธุรกิจเล็กๆ ที่สร้างรายได้งดงาม'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tlsgk6flI/AAAAAAAAAJ8/03xX0zN8z_8/s72-c/005_2.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1962245665334506970.post-1163793777165193377</id><published>2010-03-17T17:09:00.007+07:00</published><updated>2010-03-17T17:09:00.103+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รายได้เสริม'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อาชีพเสริมรายได้'/><title type='text'>เครปเย็น อินเทรนด์ทำเงินจากวัยโจ๋</title><content type='html'>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tkvO1Fn9I/AAAAAAAAAJ4/i7sBRVaAL8I/s1600-h/004_2.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="320" src="http://1.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tkvO1Fn9I/AAAAAAAAAJ4/i7sBRVaAL8I/s320/004_2.jpg" width="251" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;อาหารญี่ปุ่นและขนมญี่ปุ่นกำลังได้รับความนิยมจากคนไทย-วัยรุ่นไทย และมีการพัฒนาเมนูหนึ่งขึ้นมา เรียกว่า “เครปญี่ปุ่น” โดยปรับสูตรเป็น “เครปร้อน” ตัวแป้งจะกรอบ ไส้เหมือนที่ใส่ในขนมปัง ทำเสร็จต้องทานทันทีมิฉะนั้นจะไม่อร่อย ขณะที่ “เครปเย็น” แบบญี่ปุ่น แป้งจะเหนียวนุ่มและมีความยืดหยุ่นสูง สามารถ ใช้ส่วนผสมของไส้เย็น ประเภทผลไม้สด ครีมสด ไอศกรีมชนิดต่าง ๆ ฯลฯ เข้ามาผสมได้อย่างลงตัวพอดี ๆ ซึ่งวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” มีสูตรการทำเครปเย็นมานำเสนอให้ลองพิจารณา...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กัญชญาษร จุฑาพานิช หรือ “มุ่ย” เป็นเจ้าของหุ้นส่วนธุรกิจอิชิเครปเย็น เจ้าตัวเล่าถึงจุดเริ่มต้นของธูรกิจนี้ว่า ไป เที่ยวญี่ปุ่น เห็นมีร้านขายเครปชนิดนี้อยู่เยอะ แต่ละร้านจะขายดี มีการต่อคิวซื้อกันเป็นจำนวนมาก ก็สนใจ พอได้ชิมก็ชื่นชอบในรสชาติ ขอนามบัตรจากทุกร้าน เมื่อกลับมาก็คุยกับเพื่อนสนิทว่าอยากจะลองทำธุรกิจตัวนี้ดู เมื่อตกลงเข้าหุ้นกันเรียบร้อยแล้ว จึงติดต่อขอซื้อสูตรจากญี่ปุ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พอกลับมาก็ลองทำฝึกทำดู โดยการหาซื้อวัตถุดิบภายในประเทศ ซึ่งราคาถูกกว่า ทำให้สามารถขายได้ในราคาถูกกว่าของญี่ปุ่นหลายเท่า เครป สูตรดั้งเดิมรสชาติจะจืด ๆ ไปหน่อย เพราะคนที่โน่นเขาไม่ทานรสจัด พอเราทำขายในเมืองไทยจึงต้องมีการปรับปรุงรสชาติให้เข้มข้นขึ้น ดัดแปลงรสชาติหรือไส้ให้มีหลากหลายชนิด กว่าจะลงตัวก็ใช้เวลาพอสมควร ตอนนี้มีกว่า 20 รสชาติ เพื่อรองรับลูกค้าทุกกลุ่มทุกวัย เช่น เยลลี่, คุกกี้, โอริโอ้, คอนเฟลก, ไอศกรีมรสต่าง ๆ หรือผลไม้ตามฤดูกาลก็นำมาใช้ได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุ่ยบอกว่า ลูกค้าจะได้ซื้อในราคาที่ไม่แพง เป็นราคาขายที่คำนวณจากต้นทุน ลูกค้าสามารถเลือกหน้าผสมได้ตามใจชอบ สำหรับเมนู ยอดฮิต ได้แก่ กล้วยหอม + สตรอเบอรี่ ครีมสด (วิปปิ้งครีม), ราดซอสช็อกโกแลต / โอรีโอ้ + ครีมสด / กล้วยหอม + ช็อกโกแลต / เค้ก + ครีมสด / มะม่วง+ ครีมสด / คอนเฟลก + ครีมสด / กีวี่+สตรอเบอรี่ / ปีโป้ + ครีมคัสตาร์ท / แบล็กเคอเรน+ ครีมคัสตาร์ท / โกโก้ครั้นซ์ + ครีมสด / กล้วยหอม + ครีมใบเตย / อัลมอนด์สไลด์ ฯลฯ ซึ่งทุกหน้าจะราดด้วยซอสช็อกโกแลต, ซอสสตรอเบอร์รี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เทคนิคความอร่อย นอกจากตัวแป้งที่นุ่มเหนียว หน้าที่ใส่ก็สำคัญ อย่างผลไม้สดจะแช่เย็นไว้รอใช้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำขายก็มี... แผ่นกระทะเหล็กแบน 14 นิ้ว (เตาสำหรับทำเครป), ไม้เกลี่ยหรือไม้หมุนแป้ง, เกรียงแซะแป้ง, ไม้ปาด (สปาตูล่า), ทัพพีกลม, มีด, เขียง, ถาดสแตนเลส, พัด, ตะเกียบยาว ๆ (สำหรับช้อนแป้งขึ้น) กระดาษห่อหรือกรวยกระดาษสำหรับใส่เครป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนผสมของแป้งก็มี... แป้งสาลี 4 ถ้วยตวง, ไข่ไก่ 4 ฟอง, เนยละลาย 200 กรัม, นมสด 500 กรัม และน้ำสะอาด 250 กรัม น้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ เกลือหยิบมือ และกลิ่นวานิลาสังเคราะห์นิดหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขั้นตอนการทำแป้ง “เครปเย็น” เริ่มจากร่อนแป้งก่อน พักไว้ ทำการตีไข่ผสมนมสดหนึ่งส่วน ใส่น้ำตาล เกลือ และนมสดที่เหลือจนหมด จากนั้นค่อย ๆ ใส่แป้งที่ร่อนในเครื่องปั่นให้เข้ากัน เติมเนยละลายทีละน้อย ๆ จนหมด ปั่นต่อไปอีก 10 นาที ใส่น้ำสะอาดและกลิ่นวานิลา คนให้ส่วนผสมแป้งเข้ากันดี สังเกตว่าแป้งเนียนดีแล้ว เทใส่ภาชนะนำเข้าตู้เย็นประมาณ 2 ชั่วโมง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อต้องการทำ เป็นเครป รอให้กระทะร้อนจนทั่ว ตักแป้งเทลงไปตรงกลาง เกลี่ยแล้วหมุนวนไปทางเดียว เกลี่ยแป้งให้เสมอกัน ใช้ไฟปานกลาง พอแป้งสุกใช้เกรียงแซะออกมาวางลงถาด พักให้เย็น นำวิปปิ้งครีมมาป้าย 1 ใน 5 ส่วน ใส่หน้าที่ต้องการ สตรอเบอร์รี่ผ่าเป็นสองซีก ส่วนกล้วยปอกเปลือกหั่นเป็นแว่นจัดให้สวยงาม ราดซอสเป็นการตบท้าย พับแป้งอีกให้คล้ายกรวย จากนั้นนำกระดาษหรือกรวยที่เตรียมไว้มาห่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ราคาขายเริ่มตั้งแต่ 40 บาท จนถึง 65 บาท (ราคาขึ้นอยู่กับการผสมหน้าที่ใส่)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เครปเย็น” เจ้านี้ มีขาย 3 สาขา คือที่ชั้นใต้ดินศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว, บิ๊กซีราชดำริ, เดอะมอลล์บางกะปิ และ รับออกงานเลี้ยงต่าง ๆ โดยติดต่อมุ่ยได้ที่ โทร.08-1399- 6272, 08-6893-5599 และตอนนี้ทางร้านก็กำลังศึกษาเรื่องแฟรนไซส์อยู่ อีกทั้งประมาณปลายปีนี้จะออกหนังสือเกี่ยวกับธุรกิจเครปเย็น เริ่มตั้งแต่การเลือกวัสดุ ขั้นตอนการทำอย่างละเอียด วิธีการเปิดร้าน การดูทำเลขาย และการทำธุรกิจให้ก้าวหน้าด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เชาวลี ชุมขำ :รายงาน / สุรเชษฎ์ วัชรวิศิษฎ์ :ภาพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คู่มือลงทุน...เครปเย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุนเบื้องต้น ประมาณ 60,000 บาท&lt;br /&gt;ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 70% ของราคา&lt;br /&gt;รายได้ ราคาชิ้นละ 40-65 บาท&lt;br /&gt;แรงงาน 1-2 คนขึ้นไป&lt;br /&gt;ตลาด ย่านอาหาร, ย่านวัยรุ่น&lt;br /&gt;จุดน่าสนใจ คนไทยรุ่นใหม่ ๆ นิยมทาน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1962245665334506970-1163793777165193377?l=xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/feeds/1163793777165193377/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/2010/03/blog-post_17.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1962245665334506970/posts/default/1163793777165193377'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1962245665334506970/posts/default/1163793777165193377'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/2010/03/blog-post_17.html' title='เครปเย็น อินเทรนด์ทำเงินจากวัยโจ๋'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tkvO1Fn9I/AAAAAAAAAJ4/i7sBRVaAL8I/s72-c/004_2.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1962245665334506970.post-1302285119756564563</id><published>2010-03-16T17:07:00.004+07:00</published><updated>2010-03-16T17:07:00.155+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รายได้เสริม'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อาชีพเสริมรายได้'/><title type='text'>ขนมเปี๊ยะอบเทียน ขายได้ทั้งปี-ขายดีเทศกาล</title><content type='html'>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tkI2uREvI/AAAAAAAAAJ0/cr2on693YTs/s1600-h/003_1.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="240" src="http://4.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tkI2uREvI/AAAAAAAAAJ0/cr2on693YTs/s320/003_1.jpg" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;“ช่องทางทำกิน” วันนี้ทางทีมงานมีข้อมูลเกี่ยวกับ “ขนมเปี๊ยะ” มานำเสนอกันอีกครั้ง-อีกรูปแบบ เป็น “ขนมเปี๊ยะอบเทียน” สูตรโบราณ แห่ง จ.นครปฐม ที่มีผู้ติดอกติดใจในรสชาติไม่น้อยเลย...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมทรง นาคศรีสังข์ เจ้าของขนมเปี๊ยะอบเทียน “ครูสมทรง” ใน อ.บางเลน จ.นครปฐม เล่าว่า ทำขนมเปี๊ยะอบเทียนมานาน 7-8 ปีแล้ว เริ่มทำตั้งแต่สมัยยังรับราชการเป็นครู โดยมีเพื่อนสอนให้ และส่วนตัวก็เป็นคนชอบทำขนมและอาหารเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้น การทำขนมเปี๊ยะจึงเป็นเรื่องไม่ยากเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่เลือกขนมเปี๊ยะมาใช้ค้าขาย เพราะว่าวัตถุดิบอย่างแป้ง ถั่ว เก็บได้ไม่เสีย ไม่เหมือนกับค้าขายอาหารอีกหลายอย่างที่เก็บไว้นานไม่ได้ เพราะของจะเสีย และไข่เค็มที่ต้องใช้ด้วยนั้นในบางเลนก็หาได้ง่ายมาก จึงสะดวกที่จะเลือกทำขนมเปี๊ยะขาย ซึ่งช่วงหลัง ๆ สุขภาพไม่ค่อยดี จึงเออรี่รีไทร์จากข้าราชการมาค้าขายเต็มตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ใช้เทียนหอมอบ เป็นสูตรโบราณ เทียนหอมปัจจุบันราคาค่อนข้างสูง แต่ก็ต้องทำตามมาตรฐานเดิมทุกอย่าง เพื่อความหอมอร่อย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขนมเปี๊ยะอบเทียนเจ้านี้มีหลายไส้-หลายแบบ อาทิ ถั่ว-ไข่เค็ม, เผือก, พริกเผา, เผือก, ถั่วดำ, งาดำ และยังมีกะหรี่ปั๊บด้วย ส่วนขนมเปี๊ยะที่ขายดีเป็นพิเศษก็เห็นจะเป็นไส้ถั่ว-ไข่เค็ม, เผือก และพริกเผา โดยขนมเปี๊ยะนั้นแม้ว่าในช่วงเศรษฐกิจซบเซาขาลง ยอดขายก็ไม่เคยตก ยิ่งเป็นช่วงเทศกาลยิ่งทำขายกันแทบไม่ทัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาดูกันว่า “ขนมเปี๊ยะอบเทียน” บางเลนนั้น ทำกันอย่างไร ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครูสมทรงอธิบายว่า ทำเหมือนกับขนมเปี๊ยะทั่ว ๆ ไปคือ ต้องมี “แป้งใน” กับ “แป้งนอก” และต้องนวดแป้งในก่อน ซึ่งนวดผสมระหว่างแป้งสาลี 1 กก. และน้ำมันพืช หรือเนย 400 กรัม (ของครูสมทรงใช้น้ำมันพืช) เมื่อนวดจนเข้ากันแล้ว ให้แบ่งแป้งออกมาเป็นก้อนเล็ก ๆ ขนาดหัวแม่มือเตรียมไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนแป้งนอก ผสมระหว่างแป้งสาลี 1.5 กก., น้ำมันพืช 800 กรัม, น้ำตาลทราย 300-400 กรัม, เกลือนิดหน่อย และน้ำเปล่า 1,100 กรัม นวดด้วยเครื่องให้เข้ากันจนแป้งเนียน แล้วปั้นออกมาเป็นก้อน ๆ ขนาดเท่ากับหัวแม่มือเช่นเดียวกับแป้งใน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับ “ไส้ถั่วกวน” ใช้เม็ดถั่วเขียวผ่าซีก 1 กก. แช่น้ำ 2-3 ชั่วโมง (ถ้าแช่น้ำร้อนจะดีมาก เพราะถั่วจะนิ่ม) แล้วนำไปนึ่งให้สุก นำไปบดให้ละเอียด และกวนกับน้ำตาลทราย 700-800 กรัม และกะทิอีก 400 กรัม จนเข้ากัน ส่วนไข่เค็มนั้น ใช้ไข่แดงจากไข่เป็ดดิบนำไปนึ่งให้สุก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นำแป้งใน และแป้งนอกที่ปั้นเป็นก้อนกลมมารีดออกเป็นแผ่น ๆ วางทับซ้อนกัน โดยแป้งนอกห่อแป้งใน รีดแล้วพับ พับแล้วรีด เพื่อให้เกิดชั้นขึ้นมา เมื่อได้ชั้นตามสมควรแล้วก็มาใส่ไส้ถั่วและไข่เค็ม ห่อปิดให้เรียบร้อย ทาหน้าด้วยไข่แดงเพื่อเวลาอบสุกจะได้ออกมาเป็นสีเหลืองนวลน่ารับประทาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อบด้วยความร้อน 250 องศาฯ ใช้เวลา 21 นาที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่ออบสุกแล้วนำออกมาผึ่งให้เย็นด้วยการเป่าพัดลม หรือผึ่งในห้องแอร์ แล้วอบด้วยเทียนควั่นอีกประมาณ 1-3 ชั่วโมง เพื่อความหอมน่าทาน และคงสไตล์แบบเดิม ซึ่งครูสมทรงบอกว่ายิ่งอบเทียนนานก็ยิ่งหอมอร่อย ไม่ต้องใช้วิธีแต่งกลิ่นให้เสียรสชาติ โดยจะอบเป็นถาดใส่ในตู้ อบด้วยเทียนควั่นคราวละหลาย ๆ แท่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในส่วนของ “ไส้เผือก” นั้น วิธีการทำใช้เผือกนึ่งสุกนำไปกวนกับกะทิและน้ำตาลทราย ซึ่งวิธีทำเหมือนถั่วกวนทุกอย่าง ขณะที่ “ไส้น้ำพริกเผา” นั้น ใช้ไก่บด (แทนหมู เพราะมีลูกค้าที่เป็นมุสลิม) ผัดกับน้ำพริกเผา กระเทียม และกุ้งแห้ง เมื่อผัดเข้ากันแล้ว ใส่ถั่วกวนลงไปผัดให้เข้ากันด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จาก สูตรแป้งขนมเปี๊ยะข้างต้น เป็นสูตรคร่าว ๆ ของการผสมแป้ง ซึ่งในการทำขายนั้น เมื่อนวดแป้งออกมาแล้ว แบ่งสูตรแป้งออกเป็นสูตรละ 550 กรัม ซึ่งจะปั้นออกมาได้ประมาณ 120 ชิ้น โดยที่ราคาขายคือชิ้นละ 5 บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ต้องมีความซื่อสัตย์ และรักษามาตรฐานให้ได้เหมือนเดิม ไม่ว่าต้นทุนจะสูงขึ้นไปมากเท่าใดก็ตาม” ...ครูสมทรงบอกเคล็ดลับการค้าขายขนมเปี๊ยะที่ยังขายดิบขายดีท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สนใจ “ขนมเปี๊ยะอบเทียน” ครูสมทรง ติดต่อได้ที่ร้าน อยู่ตรงข้ามธนาคารไทยพาณิชย์สาขาบางเลน จ.นครปฐม หรือโทรศัพท์ 0-3439-1376, 0-3430-2534 และ 08-1206-0041&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล :รายงาน / จเร รัตนราตรี :ภาพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คู่มือลงทุน...ขนมเปี๊ยะอบเทียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุนอุปกรณ์ ขึ้นอยู่กับขนาดกิจการ&lt;br /&gt;ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 70% ของราคา&lt;br /&gt;รายได้ ราคาขายชิ้นละ 5 บาท&lt;br /&gt;แรงงาน 1 คนขึ้นไป&lt;br /&gt;ตลาด ชุมชน, ร้านขายของฝาก&lt;br /&gt;จุดน่าสนใจ ขายได้ทั้งปี-ขายดีเทศกาล&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1962245665334506970-1302285119756564563?l=xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/feeds/1302285119756564563/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/2010/03/blog-post_16.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1962245665334506970/posts/default/1302285119756564563'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1962245665334506970/posts/default/1302285119756564563'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/2010/03/blog-post_16.html' title='ขนมเปี๊ยะอบเทียน ขายได้ทั้งปี-ขายดีเทศกาล'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tkI2uREvI/AAAAAAAAAJ0/cr2on693YTs/s72-c/003_1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1962245665334506970.post-5576826974235370389</id><published>2010-03-15T17:05:00.005+07:00</published><updated>2010-03-15T17:05:00.176+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รายได้เสริม'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อาชีพเสริมรายได้'/><title type='text'>red mango ไอศกรีมเกาหลี อินเทรนด์</title><content type='html'>&lt;img align="absmiddle" class="ife_marker" id="null_ife_marker_0" src="chrome://informenter/skin/marker.png" style="border: 0pt none; cursor: pointer; height: 19px; width: 14px;" title="Max field length is unknown" /&gt;&lt;img align="absmiddle" class="ife_marker" id="null_ife_marker_0" src="chrome://informenter/skin/marker.png" style="border: 0pt none; cursor: pointer; height: 19px; width: 14px;" title="Max field length is unknown" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tjhqQfGpI/AAAAAAAAAJw/XNUBRjjv5c0/s1600-h/002_2.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="279" src="http://4.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tjhqQfGpI/AAAAAAAAAJw/XNUBRjjv5c0/s320/002_2.jpg" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;คนอ่าน”เดลินิวส์”หลากหลายมาก อาชีพที่เราจะนำมาเสนอเป็นทางเลือก จึงย่อมแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่แล้วเราพยายามมุ่งเน้นการลงทุนที่งบประมาณไม่มากจนเกินไปนัก อย่างไรก็ดี อาชีพที่นำเสนอในครั้งนี้ แม้งบประมาณตั้งต้นจะค่อนข้างสูง แต่ก็เป็น “ช่องทางทำกิน” ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะกับผู้ที่กำลังมองหาอาชีพที่สอง หรือผู้ที่อยากเป็นเถ้าแก่น้อย หรือเถ้าแก่เนี้ยน้อย ที่พอมีเงินเก็บอยู่บ้าง ด้วยวิธีการซื้อแฟรนไชส์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฐิตินันท์ เกียรติไพบูลย์ หรือ “ก้อย” เป็นลูกสาว สมพล เกียรติไพบูลย์ อดีต ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งสนิทสนมกับนักข่าวสายพาณิชย์เป็นอย่างดี แต่ก้อยมักไม่ยอมบอกชื่อพ่อ จนกว่าจะถาม ตอนนี้อายุ 33 ปี และเป็นเจ้าของธุรกิจไอศกรีมแบรนด์ดังจากเกาหลี ไอศกรีมโยเกิรต์เพื่อสุขภาพ โดยอีกอาชีพหนึ่งก็คือนักกฎหมายของบริษัท Baker&amp;amp; Mc Kenzie ทำ มา 6 ปีแล้ว ลูกความส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนรายใหญ่ ๆ ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ทำให้ได้รูปแบบทางธุรกิจเยอะ รวมทั้งทักษะทางกฎหมายสำหรับการลงทุน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การ เป็นคนรุ่นใหม่ ชอบความท้าทายใหม่ ๆ พร้อมเปิดโอกาสตัวเองลองพิสูจน์ความสามารถด้านอื่น ๆ พอดีกับที่พี่ชายอยากให้ช่วยบริหารงานที่มีหุ้นส่วนเป็นคนเกาหลี อิงความแรงของเทรนด์เกาหลีในไทยต่อยอดธุรกิจ จึงได้นำเข้าเครื่องสำอาง Misha เข้ามาก่อน ซึ่งก็ประสบผลสำเร็จ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับการนำเข้าไอศกรีม “red mango” ก้อยเล่าว่า มีจุดเริ่มต้นจาก มิสเตอร์ รอนนี่ ซู เจ้าของแบรนด์ เปิดสาขาแรกในต่างประเทศที่ L.A. แล้วได้รับการตอบรับดีมาก มีคนดังระดับฮอลลีวู้ดเป็นลูกค้าประจำ เมื่อตนเองไปสำรวจตลาดที่เกาหลี ได้กินไอศกรีมยี่ห้อนี้ เกิดติดใจรสชาติความอร่อย เลยบอกพี่ชายว่าอยากได้แบรนด์ตัวนี้ เมื่อติดต่อไปตอนแรกเค้าไม่ยอมให้ เพราะยังไม่แน่ใจว่าเราจะทำตลาดต่างประเทศได้ จึงเชิญมาดูตลาดไอศกรีมที่เมืองไทย ซึ่งมีทั้งมาจากอิตาลี นิวซีแลนด์ ฯลฯ แต่ยังไม่มีของเกาหลี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ยุคนี้เป็นช่วงที่กระแสคนรักสุขภาพมาแรงมาก คนหันมาสนใจอาหารสุขภาพ และเริ่มออกกำลังกายไปพร้อม ๆ กัน เจ้าของแบรนด์จึงเห็นโอกาสในการขยายสู่ตลาดในภูมิภาคเอเชีย ตัดสินใจให้ลิขสิทธิ์กับบริษัท KRC (Thailand) จำกัด ที่ก้อยเป็นกรรมการผู้จัดการ ให้เป็นผู้นำเข้า Red Mango แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งจุดเด่นอยู่ที่เป็นโยเกิร์ตแบบ Non Fat ทานแล้วไม่อ้วน เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพทุกเพศทุกวัย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก้อยบอกว่า ธุรกิจไอศกรีมบ้านเรายังโตได้สบาย เพราะสภาพอากาศร้อนเกือบทั้งปี และสินค้าที่นำเข้ามา หากเปรียบเทียบคู่แข่งระดับเดียวกัน ยังไม่มี จัดอยู่ในระดับพรีเมี่ยม เน้นคุณภาพ รสชาติที่กลมกล่อม มีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจคือท๊อปปิ้งที่ใส่ เป็นผลไม้สดตามฤดูกาลที่เลือกสรรมาอย่างดี อาทิ กีวี่, แตงโม ,สตรอเบอรี่, แคนตาลูป, ส้มแมนดาริน, สับปะรด และผลไม้กระป๋อง มีลำไย ลิ้นจี่ และธัญพืชประเภทเมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง ของขบเคี้ยว คอนเฟลก และซีเรียล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผล ไม้ที่สั่งมาจากต่างประเทศอื่นเช่น ถั่วแดงเม็ดเล็ก ลูกพีช เป็นต้น โดยลูกค้าจะเลือกท็อปปิ้งเองตามชอบ ท็อปปิ้งอย่างละ 10 บาท สำหรับท็อปปิ้งยอดนิยมที่มีคนสั่งมากสุดคือ มะม่วง กีวี่ สตรอเบอรี่ ลิ้นจี่ ถั่วแดงเม็ดเล็ก และคอนเฟลก โดยไอศกรีมรสดั้งเดิม เป็นตัวยืนที่ได้รับความนิยม หลังเทศกาลถือศีลกินเจได้เพิ่มรสชาเขียวเข้ามาใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขนาดจำหน่ายของไอศกรีมแบรนด์นี้มี 3 ไซส์คือ ไซส์ SS ราคา 49 บาท, ไซส์ S ราคา 89 บาท, ไซส์ M ราคา139 บาท และไซส์ L ราคา 189 บาท (เป็นถ้วยใหญ่ ลูกค้าชอบสั่งเวลามาหลายคน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากความสำเร็จใน การดำเนินธุรกิจ ทางเจ้าของแบรนด์จึงเปิดให้ผู้ประกอบการไทยเป็นมาสเตอร์แฟรนไชส์ เป็น Exclusive แฟรนไชส์ในไทย โดยรูปแบบของร้านคือเป็นไอศกรีมไขมันต่ำ ที่กินแล้วไม่อ้วน เป็นไอศกรีมผลิตจากโยเกิร์ต มีแลคโตบาซิลลัส และน้ำตาลฟรุตโตสไม่ถึง 0.1%&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่จะเพิ่มเสน่ห์คือ บรรยากาศของร้านต้องมีมุมสบาย ๆ สะอาดตา สไตล์คลาสสิก และดูสดใส เหมาะสำหรับนัดพูดคุยและพบปะสังสรรค์ โดยผลตอบรับของธุรกิจนี้นับว่าดีมาก ล่าสุดมีทั้งหมด 18 สาขาแล้ว ทั้งนี้ ใคร สนใจต้องการร่วมธุรกิจไอศกรีม red mango ติดต่อสอบถามรายละเอียดเงื่อนไขแฟรนไชส์กับคุณก้อยได้ที่ โทร.0-2685-3121, 08-18021313 หรือดูในเว็บไซต์ www.redmangoThailand.com&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กระแส ความนิยมในเรื่องต่าง ๆ นั้น หากรู้จักนำหลักธุรกิจ หลักการประกอบอาชีพ เข้าไปจับได้อย่างเหมาะเจาะ-ถูกจุด ก็จะเกิดเป็นธุรกิจ เป็นอาชีพ ที่ประสบความสำเร็จได้ ซึ่งก็รวมถึงกระแส “เกาหลีฟีเว่อร์” กระแส “ตื่นตัวใส่ใจการกินเพื่อสุขภาพ” เช่นรายที่ทีม “ช่องทางทำกิน” นำเสนอเป็นกรณีศึกษารายนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คู่มือลงทุน...ไอศกรีม red mango&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุนเบื้องต้น 1.5- 2 ล้าน ต้นทุนขึ้นกับขนาดร้าน&lt;br /&gt;ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 70% ของราคาขาย&lt;br /&gt;รายได้ ถ้วยละ 49 บาท ถึง 189 บาท&lt;br /&gt;แรงงาน 3-4 คนขึ้นไป&lt;br /&gt;ตลาด ห้างสรรพสินค้า, ย่านช็อปปิ้ง&lt;br /&gt;จุดน่าสนใจ เข้ากระแสเกาหลี-รักสุขภาพ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1962245665334506970-5576826974235370389?l=xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/feeds/5576826974235370389/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/2010/03/red-mango.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1962245665334506970/posts/default/5576826974235370389'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1962245665334506970/posts/default/5576826974235370389'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/2010/03/red-mango.html' title='red mango ไอศกรีมเกาหลี อินเทรนด์'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tjhqQfGpI/AAAAAAAAAJw/XNUBRjjv5c0/s72-c/002_2.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1962245665334506970.post-4831330052640543241</id><published>2010-03-14T16:57:00.006+07:00</published><updated>2010-03-14T16:57:00.500+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อาชีพเสริมรายได้'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อาชีพพิเศษ'/><title type='text'>ตุ๊กตาไม้โยโย่-ล้มลุก ทำของเล่นให้เป็นธุรกิจ</title><content type='html'>&lt;img align="absmiddle" class="ife_marker" id="null_ife_marker_0" src="chrome://informenter/skin/marker.png" style="border: 0pt none; cursor: pointer; height: 19px; width: 14px;" title="Max field length is unknown" /&gt;&lt;img align="absmiddle" class="ife_marker" id="null_ife_marker_0" src="chrome://informenter/skin/marker.png" style="border: 0pt none; cursor: pointer; height: 19px; width: 14px;" title="Max field length is unknown" /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tjAw7cX8I/AAAAAAAAAJs/ipsC1L_xohE/s1600-h/001_1.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="293" src="http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tjAw7cX8I/AAAAAAAAAJs/ipsC1L_xohE/s320/001_1.jpg" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;“ตุ๊กตา” ยุคไหน ๆ ก็ยังเป็นของเล่นยอดนิยมของเด็ก ๆ ทั่วไป และก็ได้มีการคิดทำตุ๊กตารูปแบบใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกับตุ๊กตาแปลก ๆ แหวกแนว ด้วยรูปทรงรูปร่าง และสามารถเด้งดึ๋งดุ๊กดิ๊กไปมาได้ ซึ่งเรียกว่า “ตุ๊กตาไม้โยโย่-ตุ๊กตาล้มลุก” และทีม “ช่องทางทำกิน” ก็มีข้อมูลมานำเสนอให้พิจารณากัน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉัตรธิดา เพียรดี เป็นเจ้าของผลงานตุ๊กตาไม้ “ฉัตร ดีไซน์” ดำเนิน ธุรกิจนี้มากว่า 2 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้ฉัตรธิดาทำธุรกิจค้าไม้ ขายเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน แต่หลัง ๆ เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ธุรกิจที่ทำอยู่เริ่มจะไม่ราบรื่น จึงวางมือ และหันมาจับธุรกิจนำเข้า “ตุ๊กตาไม้” แทน ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าตุ๊กตาไม้นี้ไม่ใช่เป็นแค่ของเล่นอย่างเดียว ตกแต่งบ้านก็ได้ และราคาก็ไม่แพง มันแก้โจทย์ที่ว่าจะทำยังไงให้คนซื้อง่าย ๆ และซื้อเป็นของฝากได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตุ๊กตาไม้โยโย่ และตุ๊กตาล้มลุก ของฉัตรธิดานำเข้ามาจากประเทศจีน โดยออกแบบไปให้ทางจีนทำตามที่สั่ง ซึ่งจีนจะมีวัสดุ เครื่องไม้เครื่องมือ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ค่าแรงก็ไม่แพงมาก ทำให้ต้นทุนในการผลิตไม่สูง ส่วนไม้ที่นำมาทำก็จะใช้ไม้สนของประเทศจีน ส่วนไม้สนของไทยจะแน่น มีน้ำหนักมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม ใครอยากจะลองทำก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่มีอุปกรณ์ช่างไม้ โดยเฉพาะเครื่องกลึง และพอมีฝีมือในทางช่าง รวมไปถึงมีไม้ที่มีคุณสมบัติเบา เนื้อไม้ไม่แน่นมาก ก็สามารถทำได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วัสดุในการทำ “ตุ๊กตาไม้ล้มลุก” หลัก ๆ ประกอบด้วย 1.ไม้สนที่กลึงเป็นรูปทรงแล้ว, 2.เส้นเอ็น (ที่ใช้ในการตกปลา), 3.สปริง, 4.ด้ายสี, 5.ไหมพรมสีต่าง ๆ, 6.สีสำหรับเพนท์, 7.แล็คเกอร์สำหรับเคลือบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีทำตุ๊กตาล้มลุก เริ่มจาก ร้อย รูปทรงไม้ที่ต้องการให้เป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ โดยร้อยเข้าไปในเส้นเอ็นให้เข้ารูป, นำเอ็นที่ร้อยเป็นรูปสัตว์มาเชื่อมกับฐานที่วางตัวสัตว์โดยผูกกับสปริงข้าง ใน ฐานด้านล่าง, ลงสีเพนท์ ตกแต่ง ให้สวยงามตามใจชอบ, เคลือบด้วยแล็คเกอร์อีกครั้ง แล้วตกแต่งด้วยไหมพรมและด้ายสีเพื่อความสวยงาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วัสดุในการทำ “ตุ๊กตาไม้โยโย่” หลัก ๆ ประกอบด้วย 1.ไม้สนที่กลึงเป็นรูปทรงแล้ว, 2.เชือกป่าน เชือกผ้า เชือกถัก, 3.ใบพัดตกแต่ง, 4.กาว, 5.ลวดสปริง, 6.สีสำหรับเพนท์, 7.แล็คเกอร์สำหรับเคลือบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีทำตุ๊กตาไม้โยโย่ เริ่มจาก นำท่อนไม้สนมากลึงให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ (ทรงกลม ทรงรี ทรงเหลี่ยม), ไม้สนที่กลึงได้นั้นจะเป็นชิ้นส่วนของหัว ลำตัว มือ รองเท้า, เจาะรูที่ลำตัวสองด้าน ๆ ละ 2 รู เพื่ออัดกาว สอดเชือก ทำเป็นแขนและขา, นำชิ้นส่วนต่าง ๆ มาประกอบโดยทากาวเข้ารูปร่าง, เพนท์สีตามต้องการ, ทาแล็คเกอร์ทับเพื่อความเงางาม, เจาะรูที่หัวเพื่อร้อยสปริงให้ยืดหยุ่น และแขวนได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉัตรธิดาอธิบายเพิ่มเติมว่า วิธีทำเริ่มจากการกลึงไม้ให้เป็นรูปทรงกลม ทรงรี แล้วนำชิ้นส่วนมาต่อกัน จากนั้นจะเจาะรูเพื่อสอดเชือกให้ดูเป็น แขนขา ซึ่งที่มีวัสดุเชือกเพิ่มขึ้นมาก็เพราะทำให้ตุ๊กตาดูอ่อนช้อยมากขึ้น ดูมีชีวิตชีวาขึ้น และมีสปริงแขวนให้ดูยืดหยุ่น โดยชิ้นส่วนต่อตัวหนึ่งก็จะมีไม้กลึง 3-5 ชิ้น คือส่วนเท้า มือ หัว ตัว คอ และเจาะรูทำสลักในการเชื่อมต่อกัน แล้วใช้กาวติด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เราจะเน้น หนักไปที่เรื่องของการเพนท์ การลงสี สีนั้นจะใช้เป็นสีน้ำทาไม้ธรรมดาทั่วไป อุปกรณ์ก็จะหาได้ง่ายไม่ยุ่งยาก แต่จะมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับ “ตุ๊กตาโยโย่” นั้น เป็นแบบใหม่ ทำขายเพราะสามารถสร้าง รอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้เมื่อใครต่อใครพบเห็น ดูตลก น่ารักดี มันดูอิสระ เหมือนปลดปล่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วน “ตุ๊กตาล้มลุก” จะมีเอ็นที่ใช้ตกปลา มาร้อยเป็นรูปร่างได้ และมีสปริงติดอยู่ที่ฐานข้างใต้ พอกดแล้วตุ๊กตามันก็จะล้มลง พอปล่อยสปริงด้านล่างก็จะยืดตรงตั้งขึ้นเหมือนเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตุ๊กตาไม้ล้มลุก และตุ๊กตาไม้โยโย่ มีประโยชน์ใช้สอยมากกว่าแค่ของเล่น ราคาก็ไม่แพงมาก เหมาะที่จะเป็นของฝาก ของขวัญ ของที่ระลึก ในเทศกาล หรือให้ในโอกาสพิเศษต่าง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุนเบื้องต้นในการทำขาย ก็ตั้งแต่ประมาณ 10,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับขนาดกิจการ ขณะที่ราคาขายอยู่ที่ตัวละ 40 บาทขึ้นไป โดย 40 บาทเป็นราคาขายส่ง ต้นทุนวัสดุจะตกประมาณ 70% ของราคา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใคร สนใจจะติดต่อ ฉัตรธิดา เพียรดี ก็ติดต่อได้ที่ 72/72 หมู่ 1 หมู่บ้านมณีรินทร์ ถนน 345 ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี 10200 โทร. 08-6704-3335 ส่วนใครที่พิจารณาจากข้อมูลนี้แล้วได้ไอเดีย อยากจะลองทำตุ๊กตาไม้แปลก ๆ ขายบ้าง ก่อนอื่นก็คงต้องฝึกฝนฝีมือให้ดีเสียก่อน.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1962245665334506970-4831330052640543241?l=xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/feeds/4831330052640543241/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/2010/03/blog-post_14.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1962245665334506970/posts/default/4831330052640543241'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1962245665334506970/posts/default/4831330052640543241'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/2010/03/blog-post_14.html' title='ตุ๊กตาไม้โยโย่-ล้มลุก ทำของเล่นให้เป็นธุรกิจ'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/S5tjAw7cX8I/AAAAAAAAAJs/ipsC1L_xohE/s72-c/001_1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1962245665334506970.post-4125932875104707213</id><published>2010-03-11T12:30:00.000+07:00</published><updated>2010-03-11T12:30:03.486+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อาชีพเสริมรายได้'/><title type='text'>ว่าด้วยเรื่องอาชีพที่สอง</title><content type='html'>ว่าด้วยอาชีพที่สองหรืออาชีพเสริมรายได้พิเศษ&amp;nbsp; สำหรับใครหลายคนคงกำลังมองหาอาชีพเสริมพิเศษเพื่อที่จะเพิ่มรายได้ให้แก่ตนเองอยู่บางเพราะเนื่องจากในยุคเศษฐกิจปัจจุบันนี้&amp;nbsp; รายได้ไม่พอรายจ่าย&amp;nbsp; สำหรับอาชีพเสริมที่จะสามารถเิ่พิ่มรายได้ให้แก่เราไ้ด้ก็มีอยู่มากมายหลายอย่างอยู่เหมือนกัน อย่างเช่นการขายข้าวมันไก่&amp;nbsp; การขายอาหารตามสั่ง&amp;nbsp; หรือ การทำสินค้าของที่ระลึกต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตามท่านที่ติดตาม Blog&amp;nbsp; แห่งนี้เราจะรวมรวมข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับการเสริมรายได้พิเศษมาให้ท่านได้ร่วมติดตามอย่างต่อเนื่องอย่างแน่นอน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1962245665334506970-4125932875104707213?l=xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/feeds/4125932875104707213/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/2010/03/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1962245665334506970/posts/default/4125932875104707213'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1962245665334506970/posts/default/4125932875104707213'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--b3c4bjh8ap9auf5.blogspot.com/2010/03/blog-post.html' title='ว่าด้วยเรื่องอาชีพที่สอง'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
